
ญี่ปุ่น เป็นประเทศที่ขึ้นชื่อเรื่องวัฒนธรรม อาหารการกิน ธรรมชาติ และเมืองที่สวยงาม รวมไปถึงแหล่งช็อปปิ้งในย่านต่าง ๆ เชื่อว่าสำหรับคนที่เคยเดินทางไปเยือนประเทศญี่ปุ่นมาแล้วจะต้องอยากกลับไปสัมผัสบรรยากาศอีก วันนี้จึงมัดรวม 10 สถานที่ Unseen ธรรมชาติที่สวยที่สุดมาแนะนำ หากได้ไปเก็บภาพบรรยากาศรับรองเลยว่าคนกดไลค์เพียบ!

อุทยานที่ได้ขึ้นทะเบียนกับ UNESCO ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของจังหวัดทตโตริ (Tottori) ติดกับทะเลญี่ปุ่น ปัจจุบันเนินทรายทตโตริเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติและชาวญี่ปุ่นด้วยกันเอง โดยกิจกรรมยอดนิยม ได้แก่ ขี่อูฐ เล่นร่มร้อนพาราไก เล่นแซนบอร์ด เป็นต้น นอกจากนี้ยังมี สถานที่ใกล้เคียงที่น่าสนใจคือ พิพิธภัณฑ์ศิลปะทราย (The Sand Museum) ซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงศิลปะจากทรายแห่งแรกของโลกให้เยี่ยมชมกันอีกด้วย

สถานที่ธรรมชาติที่ฮีลใจใครหลายคนจะเป็นที่ไหนไปไม่ได้ถ้าไม่ใช่ที่หุบเขาทะคะจิโฮะ เป็น Unseen ที่เกิดจากการระเบิดของภูเขาไฟอะโสะ (Mount Aso) และมีแม่น้ำโกคาเซะ (Gokase River) ไหลผ่านกลางหุบเขาให้สามารถล่องเรือทำกิจกรรมล่องเรือเที่ยวชมธรรมชาติผ่านน้ำตกมานาอิ ที่มีความสูงถึง 17 เมตร เป็นความงดงามที่น่ามาสัมผัส บรรยากาศของที่นี่จะสวยงามและมีความเขียวชอุ่มในช่วงฤดูร้อนและฤดูใบไม้เปลี่ยนสี
ศาลเจ้าที่ตั้งอยู่ในชนบทเล็ก ๆ ท่ามกลางหุบเขา ควรค่าแก่การเดินทางไปเยี่ยมชมครั้งหนึ่งในชีวิต เนื่องจากสถานที่แห่งนี้มีเสนห์ที่น่าดึงดูด เรียกได้ว่าเป็นศาลเจ้าในหมู่บ้านแห่งเทพนิยาย ผู้คนส่วนมากจะเดินทางท่องเที่ยวช่วงเดือนสิงหาคม หรือ ฤดูใบไม้เปลี่ยนสี เพราะจะได้ร่มเงาจากป่าเขาและได้ถ่ายรูปกับบรรยากาศอันแสนอบอุ่น ความโดดเด่นของที่นี่ คือ โคมไฟสีแดงที่รายล้อมตลอดแนวบันไดหิน นับได้ว่าเป็นสถานที่ Unseen ที่สงบและสวยงามมากค่ะ

สถานที่ท่องเที่ยวที่ความศักดิ์สิทธิ์ของประเทศญี่ปุ่น ตั้งอยู่ในเมืองคัตสึระ (Katsura) จังหวัดวากายะมะ ถือเป็นน้ำตกที่สวยที่สุดของประเทศญี่ปุ่นเลยก็ว่าได้ มีความสูงอยู่ที่ 133 เมตร ลึก 10 เมตร ตกลงมาจากกลางป่าทึบดึกดำบรรพ์ น้ำที่ไหลตกลงมานี้ได้รับการขนานนามว่าเป็น “น้ำศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นยาอายุวัฒนะ” ซึ่งสามารถดื่มได้จริง อีกทั้งยังเป็นหนึ่งมรดกโลกที่ได้รับการขึ้นทะเบียนจากองค์การ UNESCO นอกจากนี้ยังมีวิวทิวทัศน์ที่สวยงามจากเจดีย์ Sanjunoto Pagoda ควรค่าแก่การมาเยือนอย่างมาก สถานที่ที่อยู่ใกล้เคียงกันเป็นที่ตั้งของ วัดเซกันโทจิ (Seiganto-ji Temple) ที่งดงามโดดเด่นด้วยเจดีย์สามชั้นสีแดชาดตัดกับน้ำตกนะชิ วากายะมะ

ความอุดมสมบูรณ์ที่โอบล้อมไปด้วยแนวปะการังและกลุ่มปลาเขตร้อนที่สีสันสวยงามระการตา โดยสถานที่แห่งนี้ได้รับคัดเลือกให้เป็น Michelin Green Guide ระดับ 3 ดาว แต่มีข้อจำกัดคือนักท่องเที่ยวไม่สามารถลงเลนน้ำในอ่าวได้ เนื่องจากมีกระแสน้ำเชี่ยวและมีการเพาะเลี้ยงไข่มุกดำในอ่าว อย่างไรก็ตามสามารถถอดรองเท้าสัมผัสพื้นทราย ถ่ายรูปเก็บบรรยากาศ และชมทัศนียภาพได้ตลอดแนวชายฝั่ง

https://www.fun-japan.jp/th/articles/9000
หุบเขานี้ตั้งอยู่ในจังหวัดฮอกไกโด เป็นหุบเขาที่มีความงดงามและคงความเอกลักษณ์มายาวนาน ซึ่งจะมีบ่อน้ำร้อนในลำธาร (อุณภูมิ 50 องศา) หุบเขานี้ได้ชื่อว่าเป็นแหล่งต้นน้ำของย่านบ่อน้ำร้อนโนโบริเบทสึ ช่วงบรรยากาศเวลาที่ดีที่สุดของที่นี่ คือ ช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสี อีกทั้งมีเส้นทางทางธรรมชาติให้ได้สัมผัสบรรยากาศของหุบเขา เมื่อเดินไต่ขึ้นเนินไปเรื่อย ๆ ประมาณ 20-30 นาที จะพบกับสะพานที่จัดเตรียมไว้ให้นักท่องเที่ยวเดินลงไปถ่ายรูปได้ และมีจุดที่จัดเตรียมไว้ให้นักท่องเที่ยวพักผ่อนแช่เท้าสัมผัสบรรยากาศบ่อน้ำร้อนอุ่น ๆ ตลอดทางเดิน

น้ำตกที่รู้จักกันดีในนามของ “ไนแองการาแห่งตะวันออก” ผู้คนส่วนมากนิยมไปเยี่ยมชมความสวยงามทางธรรมชาติ ซึ่งจุดที่น่าสนใจของสถานที่นี้คือ จะเปลี่ยนแปลงลักษณะไปตามฤดูกาล เนื่องจากการกัดเซาะของน้ำในแต่ละช่วงเดือน ทำให้รูปทรงของหินมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอด จุดเด่นสิ่งที่น่าสนใจของที่นี่ คือ หากเดินทางมาในช่วงฤดูร้อนหรือวันที่อากาศอบอ้าว ละอองน้ำจากน้ำตกจะช่วยผ่อนคลายทั้งร่างกายและจิตใจ อีกทั้งยังมีบ่น้ำพุร้อนโออิกามิออนเซ็นให้เยี่ยมชม บอกเลยว่าใครสายเส้นทางทางธรรมชาติไม่ได้ไปเยือนถือว่าพลาด

หุบเขานรกจิโงคุดานิ เป็นที่ได้ชื่อว่ามีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ของประเทศญี่ปุ่น มีอายุยาวนานถึง 300 ล้านปี เปิดให้ขึ้นที่เชิงเขาทางตอนใต้ของอุทยานแห่งชาติ อะคิโยะชิได (Akiyoshidai) ใต้ดินมีขนาดความลึก 100 เมตร ภายในจะมีอุณหภูมิคงที่ 17 องศาตลอดฤดูกาล ในฤดูร้อนอากาศจะเย็นสบาย ส่วนฤดูหนาวอากาศจะอบอุ่น ใครที่กำลังมองหาสถานที่อันเงียบสงบแนะนำให้ลองมาเยือนค่ะ รับรองว่าต้องประทับใจอย่างแน่นอน!